
ไทยได้แมกไซไซ เภสัชยิปซีคิดยาสูตรรวมสู้เอดส์
วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม 2552 เวลา 6:50 น Dailynews
ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ “เภสัชกรยิปซีไทย” คว้ารางวัล “แม็กไซไซ” สาขาบริการสาธารณะ ประจาปี 2552 เผยเป็นผู้ค้นคิดผลิตยาต้านไวรัส เอชไอวี รวมเม็ด ที่เร่ร่อนตระเวนปรุงยาไปทั่วแอฟริกา เจ้าตัวระบุรู้สึกยินดีและซาบซึ้ง ที่ได้รับเกียรติ ชี้ไม่ว่าจะมีรางวัลหรือไม่ เราก็ยังต้องทางานต่อไป
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปีนี้ทางมูลนิธิแมกไซไซ อวอร์ด ได้คัดเลือก ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ อดีตผู้อานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม ผู้คิดค้นยาต้านไวรัสเอชไอวีรวมเม็ด และขณะนี้ตระเวนไปในแอฟริกาเพื่อสอนให้ประเทศต่าง ๆ ผลิตยาต้าน ไวรัสเอชไอวี เป็นผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจาปี 2552
ด้าน ดร.กฤษณา กล่าวว่า รู้สึกยินดีและซาบซึ้งที่ได้รับเกียรติคัดเลือกให้เป็นผู้รับรางวัลแมกไซไซ ในปีนี้ และขอขอบคุณ ซึ่งโดยส่วนตัวจะยังคงมุ่งมั่นการทางานต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้คนเข้าถึงยาไม่ว่าจะในประเทศใด ซึ่งเป็นเป้าหมายการทางานที่ยึดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เพียงแต่อาจเปลี่ยนประเทศ เปลี่ยนสถานที่ทางาน เปลี่ยนคนที่ต้องติดต่อเท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นกาลังใจในการทางานให้ตน และขณะเดียวกันตนก็จะเป็นกาลังใจในการทางานให้คนอื่น ๆ เช่นกัน “ไม่ว่าจะมีรางวัลหรือไม่ เราก็ยังต้องทางานต่อไป เพราะการทางานที่ผ่านมา ก็ไม่เคยหวังที่จะได้รับรางวัลใด ๆ เราทางานของเราไป แต่ก็ดีใจที่คนเห็นเรา”
สาหรับ ดร.กฤษณา เป็นชาว อ.เกาะ สมุย จ.สุราษฎร์ธานี จบการศึกษาจากโรงเรียนราชินี และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และไปศึกษาต่อปริญญาโท สาขาเภสัชวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยสตราห์ไคลด์ และปริญญาเอก สาขาเภสัชเคมี มหาวิทยาลัยบาธ ประเทศอังกฤษ หลังจบการศึกษากลับมาทางานเป็นอาจารย์ประจาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จนเป็นหัวหน้าภาควิชาเภสัชเคมีในปี พ.ศ. 2524 และลาออกมาทางานที่สถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม เป็นเวลา 22 ปี ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้อานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
ทั้งนี้ในปี พ.ศ. 2542 ดร.กฤษณา ได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลก ให้ไปที่แอฟริกาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ หลังจากได้เห็นความยากลาบากของผู้คน เธอจึงตัดสินใจลาออกจากองค์การเภสัชกรรมในปี พ.ศ. 2545 และเดินทางไปแอฟริกา เพื่อช่วยดาเนินงานจนสามารถจัดตั้งโรงงานผลิตยาต้านไวรัส เอดส์ชื่อ AFRIVIR ในประเทศคองโกได้เป็นผลสาเร็จ และยังผลิตยารักษามาลาเรีย ชื่อ Thai-Tanzunate ในประเทศแทนซาเนียและก่อนหน้านี้ ดร.กฤษณา ยังได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์โลก ประจาปี พ.ศ. 2547 จาก Letten Foundation ประเทศนอร์เวย์ และได้รับการยกย่องจากนิตยสารรีดเดอร์สไดเจสต์ ให้เป็นบุคคลแห่งปีของเอเชีย ประจาปี พ.ศ. 2551 จากการเร่ร่อนพเนจรไปผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ ทั่วทั้งทวีปแอฟริกาเธอจึงได้รับฉายา “เภสัชกรยิปซี”
สำหรับ “รางวัลแมกไซไซ” ถือเป็นรางวัลทรงเกียรติ เปรียบเสมือนรางวัลโนเบล ของกลุ่มประเทศเอเชีย ผู้อุทิศตนเพื่อรับใช้มนุษยชาติในทางสร้างสรรค์ ไม่จากัดชาติ ศาสนา ภาษา เพศ หรือผิว แบ่งเป็น 5 สาขาคือ สาขาปฏิบัติราชการ บริการสาธารณะ ผู้นาชุมชน หนังสือพิมพ์และวรรณกรรม และสาขาส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ สาหรับปีใดหาผู้เหมาะสมไม่ครบตามสาขานั้น ๆ ก็จะไม่มีการพิจารณามอบรางวัล ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับเหรียญสดุดีและเงินรางวัลประมาณ 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 ล้านบาท โดยรางวัลดังกล่าวตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายรามอน แมกไซไซ อดีตประธานาธิบดีคนที่ 3 ของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งประชาชนยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ เนื่องจากเป็นผู้จัดตั้งขบวนการใต้ดิน ต่อสู้กับกองทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งยังเป็นหัวหน้าขบวนการเรียกร้องเอกราชของชาติและได้ทางานทุ่มเทแรงกาย แรงใจให้กับการช่วยเหลือคนยากไร้.
การฝึกอบรม การเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการ เพื่อรับมือการระบาด ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคติดต่ออันตราย ด้วย Biosafety Level 2 enhanced 27-28 กรกฎาคม 2552 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 6 ตึกอำนวยการ สถาบันบำราศนราดูร |